วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ขั้นตอนการกระจาจอำนาจ

การบริหารการเปลี่ยนแปลง
สังคมเปลี่ยน คนต้องเปลี่ยน
ถ้าสังคมเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน ต้องเปลี่ยนคน
ลักษณะคนยุคการเปลี่ยนแปลง
1. รู้ทัน รู้นำโลก
2. เรียนชำนาญการ เชี่ยวชาญ
3. รวมพลังสร้างสรรค์สังคม
4. รักษาวัฒนธรรมไทย ใฝ่สันติ
การบริหารความรู้สึก
1. การจัดการตนเอง
2. การตระหนักรู้ทางด้านสังคม
3. ภาพด้านสังคม
4. การบริการจัดการความสัมพันธ์
5. การตระหนักรู้ตนเอง
ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้โรงเรียนเปลี่ยนแปลง
1. ข้อมูล
2. สนใจ
3. เตรียมตัว
4. ใช้ประจำ
Best Practice
แนวการเขียน Best Practice
1. ความรู้ที่เขียนควรเป็นสาระสำคัญของการพัฒนางานที่ทำอยู่ประจำได้รับการยอมรับ เผยแพร่แพร่หน่วยงานอื่นนำไปปฏิบัติ ผู้อื่นยอมรับ
2. รุบุความสำเร็จอย่างชัดเจน
3. ยึดหยุ่น ถ้ามีข้อจำกัดในการนำไปใช้ให้ระบุไว้
4. เนื้อหาสาระมีความสมบูรณ์ สื่อความหมายอย่างหลากหลาย
5. ง่ายต่อการนำไปใช้
6. ระบุประเด็นสำคัญต่อการพัฒนา
7. ง่ายต่อการเข้าใจ (ภาษา )
ก่อนที่จำทำ Best Practice
1.วิเคราะห์ว่ามีผลงานอะไรบ้างที่มีความก้าวหน้า
2 มีวิธีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์เชิงปฏิบัติ กระบวนการที่ชัดเจน
3 มีการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบผลสำเร็จ หรือทำได้ดีกว่า
4 นำแนวทางมาพัฒนา โดยมีวางแผนที่ดี มีการปฏิบัติตามแผน มีการประเมินผล
5 หาวิธีการพัฒนาที่หลากหลาย
กระบวนการจัดทำ Best Practice
1 กำหนดเป้าหมาย เชิงเนื้อหา และเชิงพื้นที่
2. ศึกษาพื้นฐานของประเด็นเนื้อหาและพื้นที่
3. วางแผน กำหนดรูปแบบ การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
5. การแก้ไขปรับปรุง
6. นำไปทดลองดำเนินการซ้ำ จนกว่าระบบแนวทางดีที่สุด
7. จัดระบบข้อมูล สารสนเทศ เรียบเรียบบันทึกองค์ความรู้ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์

สิ่งที่ได้จากการอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง และต้องทำ
1. สะสางงานทั้ง 5 กลุ่มงาน
2. ทำห้องเรียนคุณภาพ
3. เป็นตัวอย่าตัวอย่างในการเปลี่ยนแปลง

การกระจายอำนวจ

เหตุผลที่พัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง
การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาเป็นกลไกลสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จตามเจตนารมของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ..ศ. 2545
โดยมีเป้าหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ของการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาในด้านวิชาการ การบริหารทั่วไป งบประมาณ การบริหารงานบุคคล
ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา
เรื่องการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาที่สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โดยเน้นให้ผู้เข้ารับการพัฒนานำเสนอแนวคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยวิธีที่หลากหลาย
สภาพปัจจุบันสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้บุคลากรของไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงตามสภาพสังคม เป็นผลทำให้ประเทศไทยต้องมีต้องมีการปฏิรูปการเรียนรู้ อีกทั้งในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ..ศ. 2545มาตรา 39 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 44 ได้กำหนดให้ปลัดกระทรวง และเลขาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรงตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทั้งกำหนดให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคลเพื่อให้ความเป็นอิสระ ความคล่องตัว สามารถบริหารการจัดการศึกษาในสถานศึกษาได้สะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ตูม

โรงเรียนบ้านตูมแบ่งการบริหารงานออกเป็น 5 กลุ่มงาน คือ กลุ่มบริหารทั่วงานไป บริหารงบประมาณ บริหารบุคคล บริหารวิชาการ บริหารงานปกครอง