การบริหารการเปลี่ยนแปลง
สังคมเปลี่ยน คนต้องเปลี่ยน
ถ้าสังคมเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน ต้องเปลี่ยนคน
ลักษณะคนยุคการเปลี่ยนแปลง
1. รู้ทัน รู้นำโลก
2. เรียนชำนาญการ เชี่ยวชาญ
3. รวมพลังสร้างสรรค์สังคม
4. รักษาวัฒนธรรมไทย ใฝ่สันติ
การบริหารความรู้สึก
1. การจัดการตนเอง
2. การตระหนักรู้ทางด้านสังคม
3. ภาพด้านสังคม
4. การบริการจัดการความสัมพันธ์
5. การตระหนักรู้ตนเอง
ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้โรงเรียนเปลี่ยนแปลง
1. ข้อมูล
2. สนใจ
3. เตรียมตัว
4. ใช้ประจำ
Best Practice
แนวการเขียน Best Practice
1. ความรู้ที่เขียนควรเป็นสาระสำคัญของการพัฒนางานที่ทำอยู่ประจำได้รับการยอมรับ เผยแพร่แพร่หน่วยงานอื่นนำไปปฏิบัติ ผู้อื่นยอมรับ
2. รุบุความสำเร็จอย่างชัดเจน
3. ยึดหยุ่น ถ้ามีข้อจำกัดในการนำไปใช้ให้ระบุไว้
4. เนื้อหาสาระมีความสมบูรณ์ สื่อความหมายอย่างหลากหลาย
5. ง่ายต่อการนำไปใช้
6. ระบุประเด็นสำคัญต่อการพัฒนา
7. ง่ายต่อการเข้าใจ (ภาษา )
ก่อนที่จำทำ Best Practice
1.วิเคราะห์ว่ามีผลงานอะไรบ้างที่มีความก้าวหน้า
2 มีวิธีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์เชิงปฏิบัติ กระบวนการที่ชัดเจน
3 มีการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบผลสำเร็จ หรือทำได้ดีกว่า
4 นำแนวทางมาพัฒนา โดยมีวางแผนที่ดี มีการปฏิบัติตามแผน มีการประเมินผล
5 หาวิธีการพัฒนาที่หลากหลาย
กระบวนการจัดทำ Best Practice
1 กำหนดเป้าหมาย เชิงเนื้อหา และเชิงพื้นที่
2. ศึกษาพื้นฐานของประเด็นเนื้อหาและพื้นที่
3. วางแผน กำหนดรูปแบบ การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
5. การแก้ไขปรับปรุง
6. นำไปทดลองดำเนินการซ้ำ จนกว่าระบบแนวทางดีที่สุด
7. จัดระบบข้อมูล สารสนเทศ เรียบเรียบบันทึกองค์ความรู้ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์
สิ่งที่ได้จากการอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง และต้องทำ
1. สะสางงานทั้ง 5 กลุ่มงาน
2. ทำห้องเรียนคุณภาพ
3. เป็นตัวอย่าตัวอย่างในการเปลี่ยนแปลง
วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551
การกระจายอำนวจ
เหตุผลที่พัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง
การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาเป็นกลไกลสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จตามเจตนารมของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ..ศ. 2545
โดยมีเป้าหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ของการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาในด้านวิชาการ การบริหารทั่วไป งบประมาณ การบริหารงานบุคคล
ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา
เรื่องการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาที่สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โดยเน้นให้ผู้เข้ารับการพัฒนานำเสนอแนวคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยวิธีที่หลากหลาย
สภาพปัจจุบันสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้บุคลากรของไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงตามสภาพสังคม เป็นผลทำให้ประเทศไทยต้องมีต้องมีการปฏิรูปการเรียนรู้ อีกทั้งในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ..ศ. 2545มาตรา 39 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 44 ได้กำหนดให้ปลัดกระทรวง และเลขาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรงตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทั้งกำหนดให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคลเพื่อให้ความเป็นอิสระ ความคล่องตัว สามารถบริหารการจัดการศึกษาในสถานศึกษาได้สะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาเป็นกลไกลสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จตามเจตนารมของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ..ศ. 2545
โดยมีเป้าหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ของการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาในด้านวิชาการ การบริหารทั่วไป งบประมาณ การบริหารงานบุคคล
ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา
เรื่องการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาที่สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 โดยเน้นให้ผู้เข้ารับการพัฒนานำเสนอแนวคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยวิธีที่หลากหลาย
สภาพปัจจุบันสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้บุคลากรของไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงตามสภาพสังคม เป็นผลทำให้ประเทศไทยต้องมีต้องมีการปฏิรูปการเรียนรู้ อีกทั้งในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ..ศ. 2545มาตรา 39 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 44 ได้กำหนดให้ปลัดกระทรวง และเลขาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรงตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทั้งกำหนดให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคลเพื่อให้ความเป็นอิสระ ความคล่องตัว สามารถบริหารการจัดการศึกษาในสถานศึกษาได้สะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ตูม
โรงเรียนบ้านตูมแบ่งการบริหารงานออกเป็น 5 กลุ่มงาน คือ กลุ่มบริหารทั่วงานไป บริหารงบประมาณ บริหารบุคคล บริหารวิชาการ บริหารงานปกครอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)